Our people in the news
จุฬาอารี (Chula ARi) เดินหน้าขยายโมเดลต้นแบบสู่มาบตาพุด สร้างพลังชุมชนรับมือสังคมสูงวัยอย่างเป็นระบบ

แพลตฟอร์ม จุฬาอารี (Chula ARi) ภายใต้วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ เทศบาลนครมาบตาพุด จังหวัดระยอง เดินหน้าขยายโมเดลต้นแบบการพัฒนาชุมชนเพื่อรองรับสังคมสูงวัย สู่บริบทเมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567 มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ทีมคณาจารย์และนักวิจัยจากจุฬาอารีได้ทำงานเชิงรุกในพื้นที่ ร่วมกับ เทศบาลนครมาบตาพุดและชุมชนนำร่อง 9 แห่ง ผ่านกระบวนการ วิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) เพื่อทำความเข้าใจบริบทชุมชนเมืองอุตสาหกรรมและสถานการณ์ผู้สูงอายุอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การร่วมวางแผนการวิจัย ออกแบบเครื่องมือสำรวจ ไปจนถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจัดเก็บข้อมูล

แพลตฟอร์มจุฬาอารีให้ความสำคัญกับการสร้าง “นักวิจัยชุมชน” โดยพัฒนาศักยภาพสมาชิกในชุมชนให้สามารถสำรวจและจัดการข้อมูลของพื้นที่ตนเองได้อย่างเป็นระบบ ปัจจุบันมีนักวิจัยชุมชนที่ผ่านการอบรมและร่วมปฏิบัติงานแล้ว 69 คน ทำหน้าที่รวบรวมและบริหารจัดการข้อมูลผู้สูงอายุในชุมชนด้วยตนเอง

นักวิจัยชุมชนที่ได้รับการอบรม สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลประชากรอายุ 50 ปีขึ้นไปจากทั้ง 9 ชุมชนนำร่อง ได้จำนวน 4,038 ราย และแพลตฟอร์มจุฬาอารีได้นำไปวิเคราะห์ผลและพัฒนาเป็นระบบฐานข้อมูลในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านประชากร เศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ สภาพแวดล้อม เทคโนโลยี และนวัตกรรม และจัดทำเป็นรายงานผลการศึกษาเบื้องต้น   ผลลัพธ์ที่ได้สามารถใช้เป็นข้อมูลตั้งต้นสำหรับกำหนดนโยบายและกำหนดแผนปฏิบัติการรองรับสังคมสูงวัยได้อย่างตรงประเด็นและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง

ล่าสุด เทศบาลนครมาบตาพุดและทีมจุฬาอารีจากวิทยาลัยประชากรศาสตร์ ได้จัดกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการรองรับสังคมสูงวัย ระหว่างวันที่ 12–17 มกราคม พ.ศ. 2569 ณ อาคารเอนกประสงค์ (ตึก M) เทศบาลนครมาบตาพุด จังหวัดระยอง โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 180 คน จากชุมชนนำร่องทั้ง 9 แห่ง ร่วมระดมความคิดเห็น วางแผน และออกแบบระบบดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม ครอบคลุมมิติด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม สภาพแวดล้อม ตลอดจนเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย โครงการ และกิจกรรมที่ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในพื้นที่อย่างยั่งยืน และเป็นต้นแบบในการขยายผลสู่ชุมชนอื่นต่อไป