| ปี พ.ศ. 2501 ม.จ. อธิพรพงศ์ เกษมศรี ผู้อำนวยราชการสถิติและนายชิน ชัยประภา ผู้ช่วยผู้อำนวยราชการสถิติแห่งสำนักงานสถิติกลาง ได้สนับสนุนให้ศาสตราจารย์ ดร. เกษม อุทยานิน คณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ติดต่อกับสภาประชากรแห่งนครนิวยอร์ค เพื่อส่งอาจารย์ไปศึกษาต่อด้านประชากรศาสตร์และกลับมาสอนในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
![]() |
![]() |
![]() |
||
| ม.จ. อธิพรพงศ์ เกษมศรี ผู้อำนวยราชการสถิติสำนักงานสถิติกลาง |
ศาสตราจารย์ ดร. เกษม อุทยานิน คณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
นายชิน ชัยประภา ผู้ช่วยผู้อำนวยราชการสถิติ สำนักงานสถิติกลาง |
| ปี พ.ศ. 2505 มูลนิธิฟอร์ดส่งคณะทำงาน ซึ่งมีศาสตราจารย์ฟิลลิป เอ็ม เฮาเซอร์ เป็นหัวหน้าเข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการ แก่หน่วยงานราชการไทย รวมทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการจัดตั้งศูนย์วิจัยและฝึกอบรมทางประชากรเมื่อมหาวิทยาลัยมีความพร้อม
ปี พ.ศ. 2508 คณะรัฐศาสตร์ร่างโครงการจัดตั้งศูนย์วิจัยและฝึกอบรมทางประชากร โดยคำแนะนำของศาสตราจารย์ฟิลลิป เอ็ม เฮาเซอร์ จากมหาวิทยาลัยชิคาโก ศาสตราจารย์อามอส เอช ฮอลี่ย์ จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ที่ปรึกษาทางวิชาการของสภาวิจัยแห่งชาติขณะนั้น นางสาวแพท ลอเรียต ที่ปรึกษาของสำนักงานสถิติแห่งชาติ และศาสตราจารย์บัณฑิต กันตะบุตร เลขาธิการสำนักงานสถิติแห่งชาติขณะนั้น โครงการนี้ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการนี้สภาประชากรแห่งนครนิวยอร์ค ให้ทุนดำเนินการแรกเริ่ม จำนวน 1 ล้านบาท รวมทั้งส่งผู้เชี่ยวชาญมาเพื่อช่วยเหลือทางวิชาการ วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2509 นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษา กรรมการบริหาร และเจ้าหน้าที่ของศูนย์วิจัยและฝึกอบรมทางประชากร เพื่อเริ่มดำเนินงานเป็นทางการ และมีที่ตั้งทำการอยู่ ณ “อาคารรัฐศาสตร์ 3” (อาคารเกษม อุทยานิน ในปัจจุบัน) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เสนอโครงการจัดตั้งศูนย์เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติระยะที่ 2 (พ.ศ. 2510-2514) โดยความเห็นชอบของสภาพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2513 ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมทางประชากร ได้รับการยกฐานะตามพระราชกฤษฎีกา เป็นสถาบันประชากรศาสตร์ ถือเป็นสถาบันวิจัยแห่งแรกของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ทำหน้าที่หลักในการวิจัย ฝึกอบรม และบริการชุมชนให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประชากร นับเป็นการเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในอันที่จะดำเนินการวิจัยควบคู่ไปกับการสอน และการบริการชุมชน ทำให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ปฏิบัติหน้าที่ของมหาวิทยาลัยอย่างสมบูรณ์ตามหลักสากล สถาบันแห่งนี้จึงเป็นรูปแบบตัวอย่างของการจัดตั้งสถาบันวิจัยต่างๆ ทั้งในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยอื่นๆ ศาสตราจารย์ ดร. วิศิษฐ์ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการคนแรกของสถาบันประชากรศาสตร์ผู้ล่วงลับ ได้ทำหน้าที่เป็นตัวจักรสำคัญในการขอทุนสนับสนุนจากแหล่งต่างๆ ได้แก่ รัฐบาลไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อก่อสร้าง อาคารสถาบัน 1 ซึ่งก่อสร้างเสร็จสิ้นในปี พ.ศ. 2518 เป็นที่ทำการใหม่ของสถาบันประชากรศาสตร์ และห้องสมุดคณะรัฐศาสตร์ ต่อมาอาคารหลังนี้ได้ขยายเพิ่มเติมจาก 2 ชั้น เป็น 4 ชั้น เพื่อใช้เป็นที่รวมของสถาบันวิจัย และศูนย์ต่างๆ ที่ทำงานด้านสังคมศาสตร์ ตามเจตนารมณ์ของศาสตราจารย์ ดร. วิศิษฐ์ ประจวบเหมาะ ผู้ก่อตั้งศูนย์วิจัยและฝึกอบรมทางประชากร (ซึ่งต่อมาไดัรับการยกฐานะเป็นสถาบันประชากรศาสตร์) ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการของศูนย์ฯ ตั้งแต่ พ.ศ. 2509-2513 และดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการคนแรกของสถาบัน ตั้งแต่ พ.ศ. 2513-2518 |
ศาสตราจารย์ ดร. วิศิษฐ์ ประจวบเหมาะ
|
ในการประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 441 ในวันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2528 ที่ประชุมได้มีมติอนุมัติคำขอของสถาบันประชากรศาสตร์ให้เปลี่ยนชื่ออาคารสถาบัน 1 เป็น อาคารวิศิษฐ์ ประจวบเหมาะ เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ศาสตราจารย์ ดร. วิศิษฐ์ ประจวบเหมาะ ผู้บำเพ็ญประโยชน์อย่างยิ่งแก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประเทศชาติ ในปี พ.ศ. 2536 สถาบันประชากรศาสตร์ ได้ย้ายห้องสมุด หรือศูนย์สารสนเทศทางประชากรศาสตร์และฝ่ายวิจัยไปอยู่ ชั้น 2 และชั้น 8 ของอาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2541 ได้มีพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งวิทยาลัยประชากรศาสตร์ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนื่องจากในการกำหนดทิศทาง และวางนโยบายของประเทศ ให้เหมาะสมต้องอาศัยข้อมูล และองค์ความรู้ด้านประชากรศาสตร์ในแนวทางสหสาขาวิชาเป็นอย่างมาก จึงปรับเปลี่ยนสถานภาพของสถาบันประชากรศาสตร์ เป็นวิทยาลัยประชากรศาสตร์ เพื่อให้สามารถรองรับ และเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาด้านการวิจัย และการให้การศึกษาตามหลักสูตรศิลปศาสตร์ สาขาวิชาประชากรศาสตร์ในระดับบัณฑิตศึกษา รวมทั้งเป็นแหล่งข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ของประเทศ และระดับนานาชาติ |
อดีตผู้อำนวยการสถาบันประชากรศาสตร์
|