ข่าวประชาสัมพันธ์/News
แรงงานกัมพูชาในประเทศไทย: มิติประชากรและการย้ายถิ่นภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งชายแดน

แรงงานข้ามชาติเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงสร้างประชากรและตลาดแรงงานไทย โดยเฉพาะในภาคงานที่คนไทยไม่ต้องการทำหรือที่เรียกกันว่า “3D jobs” ได้แก่ Dangerous (งานที่อันตราย เช่น งานก่อสร้าง งานประมง เป็นต้น)   Dirty (งานที่ทำเกี่ยวกับขยะหรือสิ่งปฏิกูล เช่น คนเก็บขยะ คนทำความสะอาด เป็นต้น) และ Demanding (งานที่ต้องใช้แรงกาย มีความกดดันสูง เป็นระยะเวลานาน เช่น งานบริการ แม่บ้าน เป็นต้น)  แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน คือ เมียนมา ลาว และกัมพูชา ได้กลายมาเป็นกำลังแรงงานหลักที่ขับเคลื่อนภาคก่อสร้าง เกษตรกรรม ประมง และบริการ อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชาในช่วงกลางปี 2568 ได้เพิ่มความท้าทายต่อความมั่นคงด้านแรงงานและการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น

ข้อมูลทางการจากสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กระทรวงแรงงานระบุว่า ระหว่างเดือนเมษายน–กรกฎาคม 2568 มีแรงงานกัมพูชาที่ได้รับใบอนุญาตทำงานเฉลี่ยอยู่ที่ 512,000–520,000 คน คิดเป็นประมาณ 12.6–12.8% ของแรงงานข้ามชาติทั้งหมด ตัวเลขนี้สะท้อนบทบาทเชิงโครงสร้างของแรงงานกัมพูชาในเศรษฐกิจไทย ทั้งนี้ แรงงานเหล่านี้เข้าสู่ประเทศไทยผ่านกลไกต่างๆ ได้แก่ การทำงานตามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ราว 178,000–185,000 คน  การอนุญาตตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 24 กันยายน 2567 ราว 108,000 คน และการอนุญาตเพิ่มเติมตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 อีกกว่า 195,000 คน

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทางการดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพรวมแรงงานกัมพูชาในประเทศไทย การประเมินจาก Ministry of Labour and Vocational Training of Cambodia (กระทรวงแรงงานและฝึกอาชีพกัมพูชา) ระบุว่าก่อนเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งชายแดน มีแรงงานกัมพูชามากถึง 1.2 ล้านคนทำงานในไทย ซึ่งสะท้อนว่าแรงงานจำนวนมากอยู่นอกระบบทะเบียน เมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2568 เกิดการปะทุของความรุนแรงชายแดน มีรายงานว่าแรงงานกัมพูชากว่า 780,000 คน หรือประมาณ 65% เดินทางกลับประเทศ (Delgado & Cheang, 2025)

ในเชิงการย้ายถิ่น การทำงานของแรงงานกัมพูชาสะท้อนปัจจัยผลักและดึง (Push–pull Factors) อย่างชัดเจน ปัจจัยผลักจากกัมพูชา ได้แก่ ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และการขาดโอกาสการจ้างงานภายในประเทศ ขณะที่ปัจจัยดึงในไทย คือ ความต้องการแรงงานที่ค่าจ้างไม่สูงมากนัก  สถานการณ์ชายแดนที่ตึงเครียดส่งผลให้การเคลื่อนย้ายเปลี่ยนทิศทางอย่างฉับพลัน แรงงานบางส่วนเลือกเดินทางกลับประเทศ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งยังคงพยายามหาช่องทางเข้าสู่ไทยผ่านกลไกที่ไม่เป็นทางการ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิและการทำงานที่ไม่มั่นคง

การเคลื่อนย้ายแรงงานกัมพูชาจำนวนมากย่อมสร้างผลกระทบทั้งต่อไทยและกัมพูชา สำหรับประเทศไทย แรงงานกัมพูชาส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงานและมีบทบาทในการทดแทนแรงงานไทยที่ลดลงจากการเข้าสู่สังคมสูงวัย การขาดแคลนแรงงานกะทันหันจึงสร้างความกังวลแก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะในภาคก่อสร้าง เกษตรกรรม และบริการที่มีการพึ่งพาแรงงานข้ามชาติสูง ในทางกลับกัน การกลับคืนของแรงงานจำนวนมากยังสร้างแรงกดดันต่อสังคมกัมพูชา เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจในประเทศยังไม่สามารถรองรับการจ้างงานได้อย่างเพียงพอ ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาสังคม เช่น การว่างงาน การเคลื่อนย้ายแรงงานภายในประเทศ และแรงกดดันต่อครอบครัวชนบทที่เคยพึ่งพารายได้จากการทำงานในไทย

ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว รัฐบาลไทยเผชิญแรงกดดันให้หามาตรการแก้ไขอย่างเร่งด่วน กรมการจัดหางาน (2568) รายงานว่า กระทรวงแรงงานได้เสนอแนวทางหลัก 5 ประการเพื่อบรรเทาผลกระทบ ประกอบด้วยการหาแรงงานไทยทดแทน  การเปิดจดทะเบียนแรงงานผิดกฎหมายเพื่อเข้าสู่ระบบ การพิจารณานำเข้าแรงงานจากประเทศใหม่ๆ เช่น ศรีลังกาและเนปาล การเปิดให้แรงงานผู้ลี้ภัยในค่ายอพยพสามารถทำงานได้ และการพัฒนาทักษะควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีในภาคธุรกิจเพื่อปรับลดการพึ่งพาแรงงานข้ามชาติ แนวทางเหล่านี้สะท้อนการบริหารจัดการแรงงานที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของรัฐ

แม้มาตรการดังกล่าวมีศักยภาพในการบรรเทาผลกระทบระยะสั้น แต่ยังมีข้อถกเถียงเชิงนโยบายในระยะยาวว่าประเทศไทยควรพึ่งพาแรงงานข้ามชาติในระดับใด การนำเข้าแรงงานจากประเทศใหม่อาจช่วยกระจายความเสี่ยง แต่ก็สร้างความท้าทายด้านการบูรณาการทางสังคมและการคุ้มครองสิทธิแรงงาน ขณะที่การใช้เทคโนโลยีเพื่อลดการพึ่งพาแรงงานคนต้องอาศัยการลงทุนสูงและใช้เวลาในการปรับตัว

--------------------------------------------------

ที่ปรึกษา

ผศ.ดร.รักชนก คชานุบาล

 

จัดทำโดย

รศ.ดร.รัตติยา ภูละออ (ผู้เขียน)
อ.ดร.อรวรรณ ประสิทธิ์ศิริผล / ดร.ชลธิชา อัศวนิรันดร / รุจิเรศ จันทร์จิเรศรัศมี / นันทวัน กิจประยูร / วรรณวดี จันทร์วังโป่ง

. https://www.facebook.com/photo?fbid=1418841663579785&set=a.780381727425785

 

ที่มา

- Delgado, A. L., & Cheang, S. (2025, August 12). Cambodian migrant workers face an uncertain future as Thai border conflict drives them home. AP News. Retrieved from https://apnews.com/article/cambodia-thailand-migrants-ceasefire-099622abab2aaca9c69fbd342b6b7dac

- สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว, กรมการจัดหางาน, กระทรวงแรงงาน. (2568, เม.ย.–ก.ค.). สถานการณ์แรงงานต่างด้าว จำนวนคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงานคงเหลือทั่วราชอาณาจักร [รายงานออนไลน์]

- กรมการจัดหางาน. (2025, 18 สิงหาคม). กรมการจัดหางาน ชี้แจงแรงงานกัมพูชาทยอยเดินทางกลับประเทศ. สืบค้นจาก https://www.gcc.go.th/2025/08/18/กรมการจัดหางาน-ชี้แจงแรงงาน/