ในโลกที่เทคโนโลยีดิจิทัลกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เด็กและเยาวชนเองก็ถูกผลักเข้าสู่โลกออนไลน์อย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่โรงเรียนต้องปิดยาวนานกว่า 16 สัปดาห์ การเรียนออนไลน์จึงกลายเป็น “ประตูบานใหม่” ที่พาเด็กไทยจำนวนมากเข้าสู่การใช้อินเทอร์เน็ต ตัวเลขเด็กและเยาวชนที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 14 ล้านคนในปี 2562 เป็น 15.2 ล้านคนในปีถัดมา แม้สถิติจะแสดงถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น แต่กลับพบว่าความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลยังคงมีอยู่
ยังมีเด็กและเยาวชนอีกจำนวนไม่น้อยประสบปัญหาในการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ ในปัจจุบันพบว่าอัตราส่วนของเครื่องคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนต่อจำนวนนักเรียนอยู่ที่ 1 ต่อ 17 ขณะที่สมาร์ทโฟนนั้นเป็นเสมือนอุปกรณ์หลักในการนำพาเด็กและเยาวชนไทยเข้าสู่โลกออนไลน์ แต่ต้องยอมรับว่าสมาร์ทโฟนยังคงมีข้อจำกัดในการใช้งานอยู่มากเมื่อเทียบกับคอมพิวเตอร์
นอกจากการเข้าถึงอุปกรณ์แล้ว ทักษะดิจิทัลก็เป็นอีกมิติที่ยังคงมีความเหลื่อมล้ำ ข้อมูลจาก PISA 2022 ชี้ว่าทักษะดิจิทัลของเด็กไทยอยู่ในอันดับที่ 36 จาก 52 ประเทศ และมีความเหลื่อมล้ำในหลายมิติ กล่าวคือ เด็กที่เรียนโรงเรียนในเมืองมักมีทักษะดีกว่าเด็กที่เรียนในโรงเรียนในเขตชนบท เด็กจากครอบครัวที่มีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมสูงมีความพร้อมกว่าเด็กที่มาจากครอบครัวที่มีฐานะต่ำกว่า และแม้แต่มิติเพศพบว่าเด็กผู้หญิงมีทักษะดิจิทัลสูงกว่าเด็กผู้ชาย
เมื่อเจาะลึกลงไป เด็กไทยเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้นที่มีทักษะดิจิทัลในระดับสูง หลายคนแม้จะค้นหาและแชร์ข้อมูลได้ แต่ยังขาดทักษะสำคัญ เช่น การตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูล การป้องกันความเป็นส่วนตัว การใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย สิ่งเหล่านี้ทำให้เด็กและเยาวชนไทยเสี่ยงต่อการถูกหลอกด้วยข่าวปลอม การกลั่นแกล้งออนไลน์ หรือการเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม
คำถามจึงไม่ได้อยู่เพียงแค่เด็กไทย “เข้าถึง” เทคโนโลยีได้มากแค่ไหน แต่ยังอยู่ที่ว่าเด็กไทยมีความ “พร้อม” แค่ไหนที่จะใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ในโลกที่อนาคตการทำงานและการใช้ชีวิตล้วนต้องพึ่งพาทักษะดิจิทัล การสร้างความพร้อมจึงไม่ใช่เพียงเรื่องส่วนบุคคลหรือครอบครัว แต่เป็นโจทย์ใหญ่ของทั้งระบบการศึกษาและนโยบายสาธารณะ
โรงเรียนและครูจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนทั้งในด้านอุปกรณ์ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่มีคุณภาพ ตลอดจนการพัฒนาครูให้มี “Digital Mindset” เพื่อถ่ายทอดทักษะให้กับนักเรียน ขณะเดียวกัน ภาครัฐต้องลงทุนอย่างจริงจัง ไม่เพียงเพื่อปิดช่องว่างด้านการเข้าถึงอุปกรณ์ดิจิทัล แต่เพื่อสร้างความเท่าเทียมด้านทักษะดิจิทัลให้เด็กและเยาวชนไทยทุกคน
ท้ายที่สุด เรื่องนี้สะท้อนภาพกว้างของสังคมไทย ที่ความเหลื่อมล้ำไม่ได้มีเพียงแค่มิติด้านเศรษฐกิจหรือการศึกษา แต่ยังแทรกซึมอยู่ในโลกดิจิทัลด้วย หากไม่เร่งแก้ไข เราอาจกำลังผลักเด็กและเยาวชนจำนวนไม่น้อยให้เติบโตในโลกที่เต็มไปด้วยโอกาส แต่กลับไร้ความสามารถที่จะคว้าโอกาสนั้นไว้
------------------------------------------------------
ที่ปรึกษา
ผศ.ดร.รักชนก คชานุบาล
จัดทำโดย
ณัฏฐนันท์ มุขมา (ผู้เขียน) นิสิตหลักสูตรปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาประชากรศาสตร์ วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อ.ดร.อรวรรณ ประสิทธิ์ศิริผล / ดร.ชลธิชา อัศวนิรันดร / รุจิเรศ จันทร์จิเรศรัศมี / นันทวัน กิจประยูร / วรรณวดี จันทร์วังโป่ง
https://www.facebook.com/www.cps.chula.ac.th
